おまかせMEO

ข้อกำหนดการใช้บริการ โอมากาเสะ MEO

บทที่ 1 ข้อกำหนดทั่วไป

ข้อ 1 (คำนิยาม)

ในข้อกำหนดฉบับนี้ เว้นแต่กรณีที่ต้องตีความเป็นความหมายอื่น ให้ถ้อยคำต่อไปนี้มีความหมายตามที่กำหนดไว้ด้านล่างนี้

(1)“บริษัทฯ” หมายถึง BackTrack Inc.

(2)“ลูกค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งได้ทำสัญญาการใช้บริการนี้กับบริษัทฯ ขึ้นตามข้อ 2 (การเกิดขึ้นของสัญญาการใช้บริการ) ของข้อกำหนดฉบับนี้ และเป็นผู้ใช้บริการนี้

(3)“บริการนี้” หมายถึง บริการที่บริษัทฯ ให้บริการภายใต้ชื่อ “โอมากาเสะ MEO” โดยมีรายละเอียดตามที่แสดงบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ คอนโซลจัดการ หรือวิธีการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด

(4)“สัญญาการใช้บริการ” หมายถึง สัญญาที่ทำขึ้นระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้า โดยมีข้อกำหนดฉบับนี้เป็นเนื้อหาของสัญญา และมีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้บริการนี้

(5)“สื่อ” หมายถึง บริการสื่อที่ให้บริการโดยผู้ประกอบการซึ่งมิใช่คู่สัญญาตามสัญญาการใช้บริการนี้ (เช่น Google, Yahoo เป็นต้น)

(6)“บัญชี Business Profile” หมายถึง บัญชี Business Profile ที่ลูกค้าถือครองอยู่สำหรับโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นเป้าหมายของบริการนี้

(7)“ข้อมูลที่โพสต์” หมายถึง เนื้อหาที่ลูกค้าโพสต์หรือส่งด้วยวิธีอื่นใดโดยใช้บริการนี้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และข้อมูลอื่น ๆ) ทั้งนี้ โดยหลักการแล้ว “ข้อมูลที่โพสต์” จะถูกจัดเก็บไว้นับแต่วันที่ข้อมูลดังกล่าวถูกป้อนเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ของบริการนี้ ตลอดระยะเวลาที่ลูกค้ายังคงใช้บริการนี้อย่างต่อเนื่อง

(8)“ตัวแทนจำหน่าย” หมายถึง ผู้ที่บริษัทฯ ให้การรับรองตามสัญญาตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทฯ กำหนดไว้ต่างหาก ให้เป็นผู้ขายบริการนี้ การยื่นสมัครหรือชำระเงินแทนลูกค้า การให้บริการซัพพอร์ต หรือความช่วยเหลืออื่น ๆ เกี่ยวกับบริการนี้แก่ลูกค้า

ข้อ 2 (การเกิดขึ้นของสัญญาการใช้บริการ)

1. ให้ถือว่าสัญญาการใช้บริการเกิดขึ้นเมื่อผู้สมัครได้ตกลงตามข้อกำหนดฉบับนี้ ยื่นสมัครใช้บริการนี้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือวิธีการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด และชำระค่าบริการครบถ้วนด้วยวิธีการชำระเงินที่บริษัทฯ กำหนด (รวมถึงการชำระด้วยบัตรเครดิตผ่าน Stripe การโอนเงินผ่านธนาคาร หรือวิธีการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด)

2. การยื่นสมัครและการชำระค่าบริการตามวรรคก่อน อาจกระทำโดยผู้สมัครหรือลูกค้าเอง หรืออาจให้ตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทฯ ให้การรับรองกระทำแทนลูกค้าก็ได้ แม้ในกรณีที่ตัวแทนจำหน่ายชำระค่าบริการแทนลูกค้าจนครบถ้วนแล้ว สัญญาการใช้บริการก็ยังคงเกิดขึ้นระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้า

ข้อ 3 (วิธีการให้บริการนี้)

1. บริษัทฯ จะสร้างบัญชีเฉพาะให้แก่ลูกค้าซึ่งสัญญาการใช้บริการได้เกิดขึ้นแล้วตามข้อ 2 (การเกิดขึ้นของสัญญาการใช้บริการ) และจะแจ้งรายละเอียดของบัญชีดังกล่าว (เช่น URL ของคอนโซลจัดการของบริการนี้ Login ID เป็นต้น) ให้ทราบทางอีเมลต่างหาก ลูกค้าจะต้องตั้งรหัสผ่านในการใช้บริการนี้

2. ลูกค้าจะต้องบริหารจัดการและเก็บรักษารหัสผ่านและ Login ID ที่เกี่ยวกับบริการนี้อย่างเหมาะสมด้วยความรับผิดชอบของตนเอง และลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการ Login ID หรือรหัสผ่านที่ไม่เพียงพอ ความผิดพลาดในการใช้งาน หรือการใช้งานโดยบุคคลภายนอก เป็นต้น ลูกค้าจะต้องไม่ให้บุคคลภายนอกใช้ หรือให้ยืม โอน เปลี่ยนชื่อผู้ถือ ซื้อขาย ซึ่งรหัสผ่านและ Login ID ที่เกี่ยวกับบริการนี้ ในกรณีที่บุคคลภายนอกใช้บริการนี้โดยใช้ URL สำหรับเข้าสู่ระบบ Login ID และรหัสผ่านของลูกค้า ให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของลูกค้า และลูกค้าจะต้องรับภาระหน้าที่ทั้งปวงเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว

3. ในการเริ่มใช้บริการนี้ ลูกค้าจะต้องให้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบของบัญชี Business Profile ที่ตนถือครองอยู่แก่บริษัทฯ ในขอบเขตที่จำเป็นต่อการดำเนินการให้บริการนี้ ทั้งนี้ ในระหว่างระยะเวลาของสัญญาการใช้บริการ ลูกค้าจะต้องไม่ให้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบของบัญชี Business Profile แก่บุคคลภายนอกรายอื่นนอกจากบริษัทฯ แม้ในกรณีที่ลูกค้าไม่ได้ให้สิทธิ์ตามวรรคนี้ หรือได้ยกเลิกการให้สิทธิ์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัทฯ ลูกค้าดังกล่าวก็ยังคงมีหน้าที่ต้องชำระค่าบริการให้แก่บริษัทฯ ซึ่งลูกค้ารับทราบและยืนยันในข้อนี้

4. ในการเริ่มใช้บริการนี้ ลูกค้าจะต้องให้สิทธิ์การเข้าถึง (การให้สิทธิ์) แก่บริษัทฯ เพื่อดำเนินการเชื่อมต่อ API กับสื่อที่เป็นเป้าหมาย แม้ในกรณีที่ลูกค้าไม่ได้ให้สิทธิ์ดังกล่าว หรือได้ยกเลิกการให้สิทธิ์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัทฯ ลูกค้าดังกล่าวก็ยังคงมีหน้าที่ต้องชำระค่าบริการที่บริษัทฯ คำนวณจากจำนวนคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าได้ลงทะเบียนไว้ให้แก่บริษัทฯ ซึ่งลูกค้ารับทราบและยืนยันในข้อนี้

5. ลูกค้ายินยอมให้บริษัทฯ อ้างอิง ใช้เป็นข้อมูลประกอบ ยกข้อความ นำไปเผยแพร่ซ้ำ และแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาบางส่วนของข้อมูลที่โพสต์ เว็บไซต์ SNS และอื่น ๆ ในขอบเขตที่จำเป็นต่อการให้บริการนี้ของบริษัทฯ

ข้อ 3-2 (การใช้บริการสำหรับร้านค้าในต่างประเทศ)

1. ลูกค้าสามารถกำหนดให้ร้านค้าในต่างประเทศเป็นร้านค้าเป้าหมาย และใช้บริการนี้สำหรับร้านค้าในต่างประเทศดังกล่าวได้

2. ในการใช้บริการนี้สำหรับร้านค้าในต่างประเทศ ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบทั้งปวงที่ใช้บังคับในประเทศหรือภูมิภาคที่ร้านค้าในต่างประเทศนั้นตั้งอยู่ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง กฎหมายคุ้มครองข้อมูล กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎระเบียบเกี่ยวกับการโฆษณาและการแสดงข้อความ กฎระเบียบเกี่ยวกับทุนต่างชาติ ใบอนุญาตและการอนุมัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ตลอดจนกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้และการดำเนินการของบริการนี้ ต่อไปนี้เรียกว่า “กฎหมายท้องถิ่น”) ด้วยความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายของตนเอง บริษัทฯ จะไม่ตรวจสอบ รับประกัน หรือให้คำแนะนำใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับการที่ลูกค้าได้รับหรือได้ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตและการอนุมัติ การแจ้ง การจดทะเบียน หรือสิ่งอื่นใดที่จำเป็นตามกฎหมายท้องถิ่นหรือไม่ และบริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้า บริษัทฯ หรือบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากการที่ลูกค้าละเลยไม่ดำเนินการดังกล่าว

3. ฟังก์ชัน เนื้อหาที่แสดงผล ภาษาที่รองรับ ภูมิภาคที่รองรับ และเงื่อนไขการใช้งานที่สื่อ (เช่น Google, Yahoo! เป็นต้น) ให้บริการนั้น อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศหรือภูมิภาค ตามนโยบายของผู้ประกอบการที่ดำเนินการสื่อแต่ละราย บริษัทฯ ไม่รับประกันว่าร้านค้าในต่างประเทศจะได้รับฟังก์ชัน อันดับการแสดงผล ผลสัมฤทธิ์ หรือผลลัพธ์อื่นใดเทียบเท่ากับร้านค้าที่ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และบริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าอันเนื่องมาจากเหตุดังกล่าว ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 12 (การปฏิเสธการรับประกันและการยกเว้นความรับผิด)

4. หน่วยสกุลเงินของค่าบริการ การแปลงสกุลเงินตามอัตราแลกเปลี่ยน และวิธีการชำระเงิน ให้เป็นไปตามที่แสดงบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ คอนโซลจัดการ หรือวิธีการที่บริษัทฯ กำหนดไว้ต่างหาก แม้ในกรณีที่จำนวนเงินค่าบริการเมื่อแปลงเป็นเงินเยน เป็นต้น มีการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนหรือเหตุอื่นใดที่มิใช่ความผิดของลูกค้า บริษัทฯ ก็ไม่ต้องรับผิดต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

5. ลูกค้าจะต้องตรวจสอบด้วยความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายของตนเองว่า การใช้บริการนี้สำหรับร้านค้าในต่างประเทศนั้นสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ (รวมถึงกฎระเบียบจำกัดการประกอบธุรกิจโดยทุนต่างชาติ ความจำเป็นในการจัดตั้งนิติบุคคลในท้องถิ่นหรือการขอใบอนุญาตและการอนุมัติ เป็นต้น) ในประเทศที่ตัวลูกค้าเองและผู้ดำเนินกิจการที่แท้จริงของร้านค้าในต่างประเทศดังกล่าวตั้งอยู่หรือประกอบกิจกรรม บริษัทฯ ไม่อยู่ในฐานะที่จะรับประกัน ตรวจสอบ หรือให้คำแนะนำใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสิทธิระหว่างลูกค้ากับผู้ดำเนินกิจการที่แท้จริงของร้านค้าในต่างประเทศ รูปแบบของสัญญา หรือความชอบด้วยกฎหมายของกิจกรรมทางธุรกิจ และจะไม่รับผิดต่อข้อพิพาท การชี้แนะทางปกครอง คำสั่งลงโทษ หรือผลอื่นใดทั้งปวงที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับเรื่องดังกล่าว

6. บริษัทฯ สามารถจำกัดหรือปฏิเสธการให้บริการนี้แก่ร้านค้าเป้าหมายที่ตั้งอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคใดเป็นการเฉพาะได้ ตามกฎหมายควบคุมการส่งออก มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือกฎระเบียบระหว่างประเทศอื่น ๆ

ข้อ 4 (ค่าบริการ)

1. ลูกค้าตกลงชำระค่าบริการที่แสดงบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ คอนโซลจัดการ หรือวิธีการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด (ต่อไปนี้เรียกว่า “ค่าบริการ” หากมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ให้หมายถึงค่าบริการภายหลังการเปลี่ยนแปลง และให้มีความหมายเช่นเดียวกันนี้ต่อไป) ให้แก่บริษัทฯ เป็นค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ โดยชำระตามวิธีการชำระเงินที่บริษัทฯ กำหนด (รวมถึงการชำระด้วยบัตรเครดิตผ่าน Stripe การโอนเงินผ่านธนาคาร หรือวิธีการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด หากมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ให้หมายถึงวิธีการภายหลังการเปลี่ยนแปลง และให้มีความหมายเช่นเดียวกันนี้ต่อไป) ภายในวันที่บริษัทฯ กำหนด

2. ลูกค้าสามารถให้ตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทฯ ให้การรับรองชำระค่าบริการแทนได้ ในกรณีดังกล่าว ให้ถือว่าการชำระเงินโดยตัวแทนจำหน่ายครบถ้วนแล้วเป็นการชำระค่าบริการโดยลูกค้า

3. ลูกค้าตกลงยินยอมให้มีการเรียกเก็บค่าบริการโดยอัตโนมัติผ่านวิธีการชำระเงินที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งในระหว่างระยะเวลาของสัญญาและในระหว่างระยะเวลาของสัญญาภายหลังการต่ออายุ โดยใช้บังคับเช่นเดียวกันในกรณีที่ตัวแทนจำหน่ายชำระแทน

4. ในกรณีที่ลูกค้าไม่ชำระค่าบริการหรือหนี้อื่นใด แม้พ้นวันครบกำหนดชำระแล้ว บริษัทฯ จะแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ปลายทางและตัวแทนจำหน่าย ณ เวลาที่การชำระเงินล้มเหลว และทุกๆ สองวันจนกว่าจะมีการชำระเงิน และหากสถานะค้างชำระยังคงดำเนินต่อไปเกินวันที่ 15 บริษัทฯ จะระงับการให้บริการ

5. บริษัทฯ สามารถปรับเปลี่ยนค่าบริการได้โดยการแจ้งล่วงหน้า 30 วัน

6. ในกรณีที่ลูกค้าประสงค์จะเพิ่มฟังก์ชันที่มิได้กำหนดไว้ในแพ็กเกจที่สมัครไว้ ลูกค้าจะต้องซื้อการอัปเกรดแพ็กเกจหรือฟังก์ชันดังกล่าวจากบริษัทฯ ต่างหาก

ข้อ 5 (ระยะเวลาของสัญญา)

สัญญาการใช้บริการมีผลใช้บังคับนับแต่วันที่สัญญาเกิดขึ้น และมีผลใช้บังคับจนถึงวันสิ้นสุดของระยะเวลาแพ็กเกจที่เลือกไว้ ณ เวลาที่ยื่นสมัคร ทั้งนี้ ให้อยู่ภายใต้การต่ออายุอัตโนมัติและการยกเลิกตามข้อนี้

การยกเลิกบริการให้กระทำผ่านหน้าจอผู้ดูแลระบบหรือเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือวันที่บริษัทฯ ได้รับเป็นวันที่ยื่นคำขอยกเลิกบริการ

แพ็กเกจรายเดือนมีระยะเวลาใช้บริการขั้นต่ำ 3 เดือน

บริการนี้จะให้บริการภายใต้แพ็กเกจรายเดือนหรือแพ็กเกจรายปีอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยแพ็กเกจรายเดือนเป็นสัญญาที่มีหน่วยละ 1 เดือน ซึ่งรวมถึงระยะเวลาใช้บริการขั้นต่ำ 3 เดือน และแพ็กเกจรายปีเป็นสัญญาที่มีหน่วยละ 1 ปี ทั้งนี้ ไม่ว่ากรณีใด หากลูกค้ามิได้แสดงเจตนาขอยกเลิกบริการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาของสัญญา ให้สัญญาได้รับการต่ออายุอัตโนมัติภายใต้เงื่อนไขเดิม

ลูกค้าตกลงยินยอมให้มีการเรียกเก็บค่าบริการโดยอัตโนมัติผ่านวิธีการชำระเงินที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งในระหว่างระยะเวลาของสัญญาและในระหว่างระยะเวลาของสัญญาภายหลังการต่ออายุ

ลูกค้าสามารถยื่นคำขอยกเลิกบริการได้ทุกเมื่อ โดยสำหรับแพ็กเกจรายเดือนให้กระทำได้ภายหลังพ้นระยะเวลาใช้บริการขั้นต่ำ 3 เดือน และสำหรับแพ็กเกจรายปีให้กระทำได้แม้อยู่ในระหว่างระยะเวลาของสัญญา อย่างไรก็ตาม ค่าบริการที่ได้ชำระไปแล้วจะไม่มีการคืนเงิน และจะไม่มีการคืนเงินโดยการคำนวณตามสัดส่วนรายวันด้วย

เมื่อสัญญาการใช้บริการสิ้นสุดลง ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการภายใต้ความรับผิดชอบของตนเอง ก่อนที่สัญญาการใช้บริการจะสิ้นสุดลง เพื่อยกเลิกสิทธิ์ผู้ดูแลระบบของบัญชี Business Profile และการเชื่อมต่อ API ของสื่อเป้าหมายที่ได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ ตามข้อ 3 (วิธีการให้บริการนี้) ของข้อกำหนดฉบับนี้ ในกรณีที่ยังมีหนี้ที่ยังมิได้ปฏิบัติการชำระอยู่ ณ เวลาที่สัญญาการใช้บริการสิ้นสุดลง ให้ข้อกำหนดฉบับนี้ ตลอดจนข้อกำหนดของสัญญาอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดการใช้บริการ ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไปเท่าที่จำเป็นแก่การปฏิบัติการชำระหนี้ดังกล่าว จนกว่าการปฏิบัติการชำระหนี้นั้นจะเสร็จสิ้น นอกจากนี้ แม้ภายหลังสัญญาการใช้บริการสิ้นสุดลงแล้ว ข้อกำหนดที่โดยสภาพมีเจตนาให้คงอยู่ต่อไปก็ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป

ข้อ 6 (การขาย การชำระเงินแทน บริการซัพพอร์ตโดยตัวแทนจำหน่าย และการเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจ)

1. ตัวแทนจำหน่ายสามารถให้บริการซัพพอร์ตเกี่ยวกับการใช้บริการนี้ (รวมถึงการแนะนำวิธีการใช้งาน การตอบข้อสอบถาม การช่วยเหลือด้านการตั้งค่า และการช่วยเหลืออื่นใดภายในขอบเขตที่บริษัทฯ กำหนด) แก่ลูกค้าได้ ในกรณีที่ลูกค้ารับบริการซัพพอร์ตจากตัวแทนจำหน่าย ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามวิธีการที่บริษัทฯ กำหนดไว้ต่างหาก

2. ตัวแทนจำหน่ายสามารถขายหรือแนะนำบริการนี้แก่ลูกค้าโดยผสมผสานกับบริการ ผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งที่เสนออื่นใดของตัวแทนจำหน่ายเองได้ สัญญาเกี่ยวกับบริการหรือสิ่งที่เสนออื่นใดซึ่งตัวแทนจำหน่ายให้บริการโดยอิสระจะเกิดขึ้นแยกต่างหากระหว่างตัวแทนจำหน่ายกับลูกค้า และบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหา คุณภาพ ค่าบริการ การปฏิบัติตามสัญญา หรือด้านอื่นใดของบริการหรือสิ่งที่เสนอดังกล่าว

3. ตัวแทนจำหน่ายสามารถยื่นสมัครใช้บริการนี้และชำระค่าบริการแทนลูกค้าได้ตามวิธีการที่บริษัทฯ กำหนดไว้ต่างหาก ข้อตกลงระหว่างตัวแทนจำหน่ายกับลูกค้าเกี่ยวกับผู้รับภาระค่าใช้จ่าย การชำระบัญชี หรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้กำหนดแยกต่างหากระหว่างตัวแทนจำหน่ายกับลูกค้า และบริษัทฯ จะไม่เกี่ยวข้องและไม่รับผิดชอบต่อข้อตกลงดังกล่าว

4. ลูกค้าสามารถยื่นคำขออัปเกรดแพ็กเกจ (การเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจระดับสูงกว่า) ได้ในระหว่างระยะเวลาของสัญญา เมื่อคำขออัปเกรดแพ็กเกจมาถึงบริษัทฯ แล้ว จะมีการเรียกเก็บค่าบริการส่วนต่างตามวิธีการที่บริษัทฯ กำหนดไว้ต่างหาก และจะเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจระดับสูงกว่าโดยทันที ทั้งนี้ จะไม่มีการคืนเงินตามการคำนวณตามสัดส่วนรายวันสำหรับค่าบริการของระยะเวลาของสัญญาดังกล่าวที่ได้ชำระไปแล้ว

5. ลูกค้าสามารถยื่นคำขอดาวน์เกรดแพ็กเกจ (การเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจระดับต่ำกว่า) ได้ การดาวน์เกรดแพ็กเกจจะมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลาของสัญญาเป็นต้นไป และเฉพาะในกรณีที่ได้ยื่นคำขอตามวิธีการที่บริษัทฯ กำหนดภายในวันครบกำหนดดังกล่าวเท่านั้น จึงจะนำแพ็กเกจภายหลังการเปลี่ยนแปลงมาใช้บังคับนับตั้งแต่การต่ออายุครั้งถัดไป ทั้งนี้ จะไม่มีการคืนเงินค่าบริการที่ได้ชำระไปแล้วอันเนื่องมาจากการดาวน์เกรดแพ็กเกจ (รวมถึงการคืนเงินโดยการคำนวณตามสัดส่วนรายวัน)

6. ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจ ช่วงเวลาที่มีผลบังคับใช้ วิธีการคำนวณค่าบริการ ตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในสองวรรคก่อน บริษัทฯ จะแจ้งให้ลูกค้าทราบผ่านหน้าจอผู้ดูแลระบบ เว็บไซต์ หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม

ข้อ 7 (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้)

1. ในกรณีที่ข้อมูลซึ่งลูกค้าได้แจ้งไว้ต่อบริษัทฯ ในการใช้บริการนี้มีการเปลี่ยนแปลง หรือในกรณีที่ลูกค้าประสงค์จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ระบุในอนุมาตราต่อไปนี้ ลูกค้าจะต้องแจ้งข้อเท็จจริงและรายละเอียดดังกล่าวให้บริษัทฯ ทราบโดยไม่ชักช้า ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ 19 (การติดต่อและการแจ้ง)

(1)การเปลี่ยนแปลงชื่อทางการค้า

(2)การเปลี่ยนแปลงที่อยู่สำหรับการแจ้ง

(3)การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในวัตถุประสงค์ของกิจการหรือเนื้อหาของกิจการ

(4)การเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทและประธานบริษัท

(5)การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรที่สำคัญ

2. ในการแจ้งการเปลี่ยนแปลงตามวรรคก่อน บริษัทฯ อาจร้องขอให้ลูกค้าจัดส่งสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือเอกสารและข้อมูลอื่นใด และลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามคำร้องขอดังกล่าว

ข้อ 8 (เครื่องหมายการค้า)

ลูกค้ารับทราบว่า ชื่อสินค้า ชื่อบริการ ชื่อบริษัท และเครื่องหมายโลโก้ ตลอดจนสิ่งอื่นในลักษณะเดียวกันที่ใช้ในบริการนี้ เป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน หรือชื่อทางการค้าของบริษัทฯ หรือของผู้ทรงสิทธิรายอื่น และจะไม่ใช้สิ่งดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ หรือผู้ทรงสิทธิรายอื่นนั้น

ข้อ 9 (ข้อห้าม)

1. ในการใช้บริการนี้ ลูกค้าจะต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ในกรณีที่ลูกค้ามีการดำเนินการที่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งในวรรคก่อน บริษัทฯ สามารถระงับการใช้งานบัญชีของบริการนี้ หรือลบข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ ตลอดจนดำเนินมาตรการอื่นใดที่จำเป็นได้

a) การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือการกระทำที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

b) การฉ้อโกงหรือการข่มขู่ต่อบริษัทฯ ผู้ใช้บริการรายอื่นของแพ็กเกจนี้และบริการนี้ หรือบุคคลภายนอกอื่นใด

c) การกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

d) การกระทำที่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิในภาพลักษณ์ สิทธิความเป็นส่วนตัว ชื่อเสียง หรือสิทธิหรือประโยชน์อื่นใดของบริษัทฯ ผู้ใช้บริการรายอื่นของบริการนี้ หรือบุคคลภายนอกอื่นใด

e) การส่งข้อมูลที่เข้าข่าย หรือที่บริษัทฯ พิจารณาว่าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ไปยังบริษัทฯ หรือผู้ใช้บริการรายอื่นของบริการนี้ ผ่านบริการนี้

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกซึ่งความรุนแรงหรือความโหดร้ายทารุณเกินสมควร

• ข้อมูลที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นอันตรายอื่น ๆ

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกอันเป็นการทำลายชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ผู้ใช้บริการรายอื่นของบริการนี้ หรือบุคคลภายนอกอื่นใด

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกอันลามกอนาจารเกินสมควร

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกอันเป็นการส่งเสริมการเลือกปฏิบัติ

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกอันเป็นการส่งเสริมการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตนเอง

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกอันเป็นการส่งเสริมการใช้ยาเสพติดอย่างไม่เหมาะสม

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกอันเป็นการต่อต้านสังคม

• ข้อมูลที่ขอให้มีการเผยแพร่ข้อมูลต่อบุคคลภายนอก เช่น จดหมายลูกโซ่ เป็นต้น

• ข้อมูลที่มีการแสดงออกอันทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่พอใจ

f) การกระทำที่ก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่เครือข่ายหรือระบบ ฯลฯ ของบริการนี้

g) การทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineering) หรือการวิเคราะห์อื่นใดต่อซอฟต์แวร์หรือระบบอื่น ๆ ที่บริษัทฯ จัดหาให้

h) การกระทำที่อาจเป็นการขัดขวางการดำเนินงานของบริการนี้

i) การเข้าถึงเครือข่ายหรือระบบ ฯลฯ ของบริษัทฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต

j) การแอบอ้างเป็นบุคคลภายนอก

k) การใช้ ID หรือรหัสผ่านของผู้ใช้บริการรายอื่นของบริการนี้

l) การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา การชักชวน หรือการกระทำเชิงพาณิชย์บนบริการนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากบริษัทฯ

m) การเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้บริการรายอื่นของบริการนี้

n) การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียเปรียบ ความเสียหาย หรือความไม่พอใจแก่บริษัทฯ ผู้ใช้บริการรายอื่นของบริการนี้ หรือบุคคลภายนอกอื่นใด

o) การกระทำที่ขัดต่อกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้บริการนี้ที่ประกาศไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

p) การให้ประโยชน์แก่กลุ่มอิทธิพลที่ต่อต้านสังคม ฯลฯ

q) การกระทำที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพบปะกับเพศตรงข้ามที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

r) การกระทำที่ก่อให้เกิดหรืออำนวยความสะดวกแก่การกระทำตามข้อก่อน ๆ ทั้งหมด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

s) การพยายามกระทำการตามข้อก่อน ๆ ทั้งหมด

2. ลูกค้าไม่สามารถแก้ไขบริการนี้หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้ ทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineering) หรือสร้างผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของบริการนี้ ตลอดจนไม่สามารถพัฒนาหรือให้บริการซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันเช่นเดียวกับบริการนี้ และบริการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้ นอกจากนี้ บริการนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้ในฐานะผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียว ลูกค้าจึงไม่สามารถแยกส่วนประกอบของบริการนี้ออกมาใช้งานได้

ข้อ 10 (การหยุดให้บริการนี้ ฯลฯ)

บริษัทฯ สามารถระงับหรือหยุดการให้บริการนี้ได้โดยการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ด้วยเหตุผลเช่นการบำรุงรักษาบริการนี้ตามระยะเวลาปกติ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทฯ สามารถหยุดหรือระงับการให้บริการนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า

a) กรณีที่ต้องดำเนินการตรวจสอบหรือบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้เป็นการเร่งด่วน

b) กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการให้บริการนี้ได้ เนื่องจากความขัดข้องของคอมพิวเตอร์ สายสัญญาณสื่อสาร ฯลฯ การใช้งานผิดพลาด การเข้าถึงที่กระจุกตัวมากเกินไป การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การแฮ็ก หรือเหตุอื่นในลักษณะเดียวกัน

c) กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการให้บริการนี้ได้ เนื่องจากเหตุสุดวิสัย เช่น แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า อัคคีภัย วาตภัยและอุทกภัย ไฟฟ้าดับ การแพร่ระบาดของโรค ภัยธรรมชาติ

ข้อ 11 (การเพิกถอนการลงทะเบียน ฯลฯ)

ในกรณีที่ลูกค้าเข้าข่ายเหตุข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทฯ สามารถลบหรือซ่อนข้อมูลที่โพสต์ ระงับการใช้บริการนี้ของลูกค้ารายดังกล่าวเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนการลงทะเบียนในฐานะลูกค้าได้ โดยไม่ต้องแจ้งหรือบอกกล่าวเตือนล่วงหน้า

a) กรณีที่ปรากฏว่าข้อมูลที่ให้ไว้แก่บริษัทฯ เช่น ข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ มีข้อความอันเป็นเท็จ

b) กรณีที่ลูกค้าไม่ตอบกลับการติดต่อสอบถามหรือการติดต่อเพื่อขอคำตอบอื่นใดจากบริษัทฯ เป็นเวลาตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป

c) กรณีที่ลูกค้ากระทำการอันฝ่าฝืนกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการอันก่อให้เกิดความเสียเปรียบแก่บริษัทฯ หรือบุคคลภายนอก

d) กรณีที่ลูกค้ากระทำการอันอาจก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการให้บริการนี้ของบริษัทฯ

ข้อ 12 (การปฏิเสธการรับประกันและการยกเว้นความรับผิด)

1. บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นต่อผลลัพธ์และความเสียหายที่เกิดจากเนื้อหา การนำไปใช้ ฯลฯ ของเอกสารประกอบ ข้อมูล และซอร์สโค้ดที่บริษัทฯ จัดหาให้แก่ลูกค้าเกี่ยวกับการให้บริการนี้ ในกรณีที่มีการสอบถาม ข้อร้องเรียน ฯลฯ จากบุคคลภายนอกมายังบริษัทฯ เกี่ยวกับการแสดงผล การนำเสนอ เนื้อหา หรือการดำเนินงานอื่น ๆ ของเว็บไซต์เป้าหมาย ลูกค้าจะต้องดำเนินการตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวด้วยค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบของตนเอง โดยบริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

2. บริษัทฯ ไม่รับประกันการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอันดับการแสดงผลของเว็บไซต์เป้าหมายในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหาเป้าหมายอันเนื่องมาจากการใช้บริการนี้ การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนผู้ใช้เว็บไซต์เป้าหมายและยอดขาย ฯลฯ เนื้อหาของเว็บไซต์ที่ติดตั้งลิงก์ภายนอก ค่า Page Rank ความต่อเนื่องของการเผยแพร่ การแสดงผลหรือการลบคีย์เวิร์ดการค้นหาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมการดำเนินงาน นโยบาย การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึม ฯลฯ ของเครื่องมือค้นหา หรือเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของเครื่องมือค้นหาได้ และไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นต่อความเสียหายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าจากเรื่องดังกล่าว

3. ในกรณีที่บริษัทฯ ร้องขอให้ส่งมอบรูปภาพ วิดีโอ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการให้บริการนี้ ลูกค้าจะต้องส่งมอบภายในระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นต่อความล่าช้าและการไม่ปฏิบัติตามสัญญาอันเกิดจากการที่ลูกค้าละเลยการส่งมอบดังกล่าว

4. ลูกค้าจะต้องจัดทำและจัดเก็บข้อมูลสำรองของเอกสาร ซอร์สโค้ด ข้อมูลและเอกสารอื่น ๆ ที่ให้ไว้แก่บริษัทฯ เกี่ยวกับการใช้บริการนี้ ด้วยค่าใช้จ่ายและภาระของตนเอง โดยบริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสิ่งดังกล่าว

5. บริษัทฯ ไม่รับประกันไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ว่าบริการนี้จะเหมาะสมกับวัตถุประสงค์เฉพาะของลูกค้า ว่าจะมีฟังก์ชัน มูลค่าเชิงพาณิชย์ ความถูกต้อง หรือประโยชน์ใช้สอยตามที่ลูกค้าคาดหวัง ว่าการใช้บริการนี้ของลูกค้าจะสอดคล้องกับกฎหมายหรือระเบียบภายในของสมาคมในอุตสาหกรรม ฯลฯ ที่ใช้บังคับกับลูกค้า ว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และว่าจะไม่เกิดข้อบกพร่องใด ๆ

6. ธุรกรรม การติดต่อ ข้อพิพาท ฯลฯ ที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับลูกค้ารายอื่นหรือบุคคลภายนอก อันเกี่ยวเนื่องกับบริการนี้หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้ลูกค้าเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขด้วยความรับผิดชอบของตนเอง บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่หรือความรับผิดใด ๆ ต่อข้อพิพาทเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกจากการที่ลูกค้าใช้บริการนี้ ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทกับบุคคลภายนอกอันเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดของข้อ 8 (เครื่องหมายการค้า) ลูกค้าจะต้องดำเนินการระงับข้อพิพาทดังกล่าวด้วยความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายของตนเอง บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดใด ๆ เกี่ยวกับข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องอันเกิดจากผู้ประกอบการที่ให้บริการสื่อ และบริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายไม่ว่าในกรณีใด ๆ เกี่ยวกับการระงับหรือหยุดให้บริการนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน

ข้อ 13 (การบอกเลิกสัญญา)

1. บริษัทฯ หรือลูกค้าสามารถบอกเลิกสัญญาการใช้บริการได้ ในกรณีที่คู่สัญญาอีกฝ่ายเข้าข่ายเหตุข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

a) กรณีฝ่าฝืนข้อกำหนดข้อใดข้อหนึ่งของสัญญาการใช้บริการ

b) กรณีหยุดชำระหนี้หรือตกเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือกรณีมีการยื่นคำร้องขอให้เริ่มกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย การฟื้นฟูกิจการทางแพ่ง การฟื้นฟูกิจการของบริษัท การชำระบัญชีพิเศษ หรือกระบวนการอื่นในทำนองเดียวกัน

c) กรณีเป็นกลุ่มอิทธิพลที่ต่อต้านสังคม (หมายถึง องค์กรอาชญากรรม (โบเรียวคุดัน) สมาชิกขององค์กรอาชญากรรม กลุ่มขวาจัด กลุ่มอิทธิพลที่ต่อต้านสังคม หรือบุคคลอื่นในทำนองเดียวกัน ต่อไปนี้ให้มีความหมายเช่นเดียวกัน) หรือกรณีมีการติดต่อสัมพันธ์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องประการใด ๆ กับกลุ่มอิทธิพลที่ต่อต้านสังคม เช่น การให้ความร่วมมือหรือมีส่วนร่วมในการดำรงอยู่ การดำเนินงาน หรือการบริหารของกลุ่มอิทธิพลที่ต่อต้านสังคม โดยผ่านการให้เงินทุนหรือวิธีการอื่น

2. นอกเหนือจากวรรคก่อนหน้า หากลูกค้าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทฯ สามารถระงับการให้บริการนี้ บอกเลิกสัญญาการใช้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือดำเนินมาตรการอื่นที่จำเป็นได้ทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวทวงถามหรือดำเนินกระบวนการอื่นใด

(1) เมื่อลูกค้าและข้อมูลร้านค้าที่เป็นเป้าหมายของบริการนี้ (รวมถึงเว็บไซต์เกี่ยวกับร้านค้าดังกล่าวที่ผู้ประกอบการผู้เปิดสื่อหรือลูกค้าได้จัดทำขึ้นต่างหาก) เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งตาม ① ถึง ⑧ ดังต่อไปนี้

① สิ่งที่ไม่ชัดเจนว่าผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบ

② สิ่งที่มีถ้อยคำหรือเนื้อหาซึ่งทำลายความสงบเรียบร้อยของสังคมดังต่อไปนี้

• สิ่งที่ยอมรับหรือยกย่องเชิดชูการกระทำ เช่น ความรุนแรง การพนัน ยาเสพติด และการค้าประเวณี

• สิ่งที่น่ารังเกียจ โหดร้าย วิปริตพิสดาร และอาจก่อให้เกิดความรู้สึกไม่พึงประสงค์

• ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องเพศที่มีความลามกอนาจารสูงอย่างเห็นได้ชัด

• สิ่งอื่นที่ทำลายศีลธรรมอันดี หรืออาจชักนำให้เกิดอาชญากรรม

③ สิ่งที่ปลุกเร้าการเก็งกำไรหรือความรู้สึกอยากเสี่ยงโชคอย่างมาก

④ สิ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแพทย์ ยา หรือเครื่องสำอาง ซึ่งมีข้อความเกี่ยวกับสรรพคุณหรือประสิทธิผลอันเกินขอบเขตที่กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ หรือหน่วยงานราชการอื่นให้การรับรองหรือแนะนำ

⑤ สิ่งที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์หรือมีลักษณะเป็นความเชื่อโชคลาง ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนหรือความวิตกกังวล

⑥ สิ่งที่นำชื่อ ภาพถ่าย บทสัมภาษณ์ เครื่องหมายการค้า งานอันมีลิขสิทธิ์ และอื่น ๆ ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

⑦ สิ่งที่อาจทำลายศักดิ์ศรีของรัฐ ชนชาติ หรืออื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

⑧ สิ่งที่มีลักษณะฉ้อโกง หรือสิ่งอื่นที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นวิธีการทางการค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม

3. เมื่อลูกค้าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งตามวรรคก่อนหน้าและวรรคก่อนหน้านั้น ลูกค้าย่อมสูญเสียประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาโดยทันที และต้องชำระหนี้เงินทั้งปวงที่มีอยู่ต่อบริษัทฯ ทั้งหมดในคราวเดียวโดยทันที ทั้งนี้ การบอกเลิกสัญญาตามข้อนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิบริษัทฯ ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากลูกค้าแต่ประการใด

4. การจัดการข้อมูลผู้ใช้บริการภายหลังการบอกเลิกสัญญาการใช้บริการ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดในข้อ 16 (การจัดการข้อมูลผู้ใช้บริการ)

ข้อ 14 (การจำกัดความรับผิด)

1. ในกรณีที่บริษัทฯ หรือลูกค้าก่อให้เกิดความเสียหายแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนสัญญาฉบับนี้ ฝ่ายที่ฝ่าฝืนต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่คู่สัญญาอีกฝ่ายได้รับ

2. เว้นแต่กฎหมายและข้อบังคับจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น คู่สัญญาฝ่ายที่ฝ่าฝืนไม่ต้องรับผิดใด ๆ ต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายไม่ว่าในกรณีใด ๆ สำหรับความเสียหายพิเศษ ความเสียหายทางอ้อม ค่าเสียหายเชิงลงโทษ ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ความเสียหายหรือความสูญเสียสืบเนื่อง (รวมถึงกำไรที่สูญเสียไป การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ การเรียกคืนค่าทนายความ รายรับ กำไร ยอดขาย ข้อมูล การใช้ข้อมูล การสูญเสียชื่อเสียงทางการค้าหรือชื่อเสียง หรือความเสียหายอื่นในทำนองเดียวกัน) ซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเป็นผลมาจากสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าจะอาศัยกฎหมายและข้อบังคับ ละเมิด สัญญา ข้อกำหนดว่าด้วยการรับประกัน หรือมูลเหตุอื่นใด นอกจากนี้ วงเงินสูงสุดของค่าเสียหายที่บริษัทฯ ต้องชดใช้แก่ลูกค้า ให้เท่ากับยอดรวมของค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระจริงเกี่ยวกับการใช้บริการนี้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (ไม่รวมภาษีบริโภคของญี่ปุ่นและภาษีอื่น)

ข้อ 15 (การรักษาความลับ)

1. ลูกค้าต้องเก็บรักษาข้อเท็จจริงที่ว่าลูกค้าได้ทำสัญญาการใช้บริการกับบริษัทฯ ไว้เป็นความลับ เว้นแต่กรณีที่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัทฯ

2. บริษัทฯ และลูกค้าต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งฝ่ายผู้เปิดเผยได้เปิดเผยแก่ฝ่ายผู้รับโดยประสงค์ให้จัดการเป็นความลับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้ ไว้เป็นความลับ เว้นแต่กรณีที่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากฝ่ายผู้เปิดเผย ทั้งนี้ ไม่รวมถึง (1)ข้อมูลที่ได้ล่วงรู้โดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ณ เวลาที่มีการเปิดเผย (2)ข้อมูลที่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว ณ เวลาที่มีการเปิดเผย (3)ข้อมูลที่กลายเป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะภายหลังการเปิดเผยโดยมิใช่ความผิดของตน (4)ข้อมูลที่พัฒนาหรือจัดทำขึ้นเองโดยอิสระโดยไม่ได้อาศัยข้อมูลที่เป็นความลับของคู่สัญญาอีกฝ่าย และ (5)ข้อมูลที่ได้รับมาโดยชอบด้วยกฎหมายจากบุคคลภายนอกโดยไม่มีหน้าที่รักษาความลับ

3. เมื่อสัญญาการใช้บริการสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือเมื่อคู่สัญญาอีกฝ่ายร้องขอ บริษัทฯ และลูกค้าต้องลบหรือส่งคืนข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายโดยทันที

ข้อ 16 (การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลผู้ใช้บริการ)

1. ลูกค้าและบริษัทฯ ตกลงว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาฉบับนี้ อาจมีการแบ่งปันข้อมูลการติดต่อเกี่ยวกับพนักงาน พันธมิตร ลูกค้า และผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าของแต่ละฝ่าย และตกลงว่าข้อมูลในทำนองเดียวกัน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงชื่อผู้ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ และชื่อผู้ใช้ อาจถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่ใช้บังคับ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้เท่านั้น

2. บริษัทฯ จะจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อมิให้มีการเปิดเผยหรือรั่วไหลต่อบุคคลภายนอก ซึ่งข้อมูลผู้ใช้บริการและข้อมูลที่ลูกค้าได้ป้อนเข้ามา รวมทั้งข้อมูล เช่น ชื่อไคลเอ็นต์ ที่ได้ล่วงรู้ในกรณีที่มีการใช้ฟังก์ชันไคลเอ็นต์ล็อกอิน (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อมูลผู้ใช้บริการ”)

3. แม้จะมีข้อกำหนดในวรรคก่อนหน้า ในกรณีที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเปิดเผยด้วยเหตุอันสมควร เช่น การเรียกร้องตามกฎหมายและข้อบังคับ บริษัทฯ สามารถเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้บริการตามคำเรียกร้องดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม เว้นแต่กรณีที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้ใช้บริการรายนั้นทราบโดยเร็วภายหลังได้รับคำเรียกร้องดังกล่าว และจัดให้มีโอกาสแก่ผู้ใช้บริการรายนั้นในการดำเนินการตอบสนองต่อคำเรียกร้องดังกล่าว

4. บริษัทฯ สามารถใช้และเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้บริการ ข้อมูล และอื่น ๆ ในรูปแบบข้อมูลเชิงสถิติที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ และลูกค้าจะไม่โต้แย้งในเรื่องดังกล่าว นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น การจัดการ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น ให้ดำเนินการตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บริษัทฯ กำหนดและเผยแพร่ไว้ต่างหาก

5. เพื่อป้องกันการใช้ซ้ำของการทดลองใช้ฟรีและเครดิตที่มอบให้ในครั้งแรกอื่น ๆ เพื่อป้องกันการลงทะเบียนใหม่โดยมิชอบ เพื่อตอบข้อซักถาม และเพื่อการดำเนินงานบริการนี้อย่างเหมาะสม บริษัทฯ สามารถเก็บรักษาข้อมูลบัญชีของลูกค้า ประวัติการใช้งาน และข้อมูลอื่นที่จำเป็น ไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่สัญญาการใช้บริการสิ้นสุดลง และลูกค้าตกลงยินยอมในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ตามกฎหมายและข้อบังคับ บริษัทฯ จะพยายามลบหรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลนิรนามอย่างเหมาะสมภายหลังพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาดังกล่าว

ข้อ 17 (การเป็นเจ้าของสิทธิ)

1. ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สิทธิในอนุสิทธิบัตร สิทธิในการออกแบบผลิตภัณฑ์ สิทธิในเครื่องหมายการค้า และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ (รวมถึงสิทธิในการได้มาซึ่งสิทธิเหล่านั้น หรือสิทธิในการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิเหล่านั้น ต่อไปนี้เรียกว่า “สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาฯ”) ที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ของบริษัทฯ และบริการนี้ เป็นของบริษัทฯ หรือผู้ที่อนุญาตให้สิทธิการใช้งานแก่บริษัทฯ ทั้งสิ้น และการอนุญาตให้ใช้บริการนี้ตามข้อกำหนดฉบับนี้ มิได้หมายความถึงการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาฯ ของบริษัทฯ หรือของผู้ที่อนุญาตให้สิทธิการใช้งานแก่บริษัทฯ ที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือบริการนี้แต่ประการใด

2. ลูกค้าขอรับรองและรับประกันต่อบริษัทฯ ว่า ลูกค้ามีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายในการโพสต์หรือส่งข้อมูลที่โพสต์ด้วยตนเอง และข้อมูลที่โพสต์ไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก

ข้อ 18 (การว่าจ้างช่วง)

บริษัทฯ สามารถว่าจ้างช่วงงานบางส่วนที่เกี่ยวกับบริการนี้ให้แก่บุคคลภายนอกได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการว่าจ้างช่วง บริษัทฯ จะกำหนดให้ผู้รับจ้างช่วงมีหน้าที่เช่นเดียวกับหน้าที่ที่บริษัทฯ มีอยู่ตามข้อกำหนดฉบับนี้ และบริษัทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าอันเนื่องมาจากการที่ผู้รับจ้างช่วงฝ่าฝืนหน้าที่ดังกล่าว

ข้อ 19 (การติดต่อและการแจ้ง)

1. การสอบถามเกี่ยวกับสัญญาการใช้บริการและบริการนี้ ตลอดจนการติดต่อหรือการแจ้งอื่น ๆ จากลูกค้าถึงบริษัทฯ และการแจ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้ ตลอดจนการติดต่อหรือการแจ้งอื่น ๆ จากบริษัทฯ ถึงลูกค้า ให้ดำเนินการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ การส่งเนื้อหาของการแจ้งไปยังที่อยู่อีเมลที่ได้แจ้งไว้ในขณะสมัครใช้บริการ หรือการประกาศบนเว็บไซต์เฉพาะของบริการนี้

2. ในกรณีที่บริษัทฯ ได้ติดต่อหรือแจ้งไปยังที่อยู่อีเมลหรือช่องทางติดต่ออื่นที่รวมอยู่ในข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ ให้ถือว่าลูกค้าได้รับการติดต่อหรือการแจ้งดังกล่าวแล้ว ณ เวลาที่ส่งอีเมล หรือ ณ เวลาที่ประกาศบนเว็บไซต์เฉพาะของบริการนี้

ข้อ 20 (การโอนสถานะตามสัญญาการใช้บริการ ฯลฯ)

1. ลูกค้าไม่สามารถโอน ย้าย นำไปเป็นหลักประกัน หรือจำหน่ายจ่ายโอนด้วยประการอื่นใดให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งสถานะตามสัญญาการใช้บริการ หรือสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อกำหนดฉบับนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัทฯ

2. ในกรณีที่บริษัทฯ โอนกิจการที่เกี่ยวกับบริการนี้ให้แก่บริษัทอื่น บริษัทฯ สามารถโอนสถานะตามสัญญาการใช้บริการ สิทธิและหน้าที่ตามข้อกำหนดฉบับนี้ ตลอดจนข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ของลูกค้าและข้อมูลลูกค้าอื่น ๆ ให้แก่ผู้รับโอนกิจการดังกล่าวพร้อมกับการโอนกิจการนั้นได้ และให้ถือว่าลูกค้าได้ให้ความยินยอมล่วงหน้าต่อการโอนดังกล่าวไว้แล้วตามวรรคนี้ ทั้งนี้ การโอนกิจการตามที่กำหนดไว้ในวรรคนี้ ให้รวมถึงไม่เพียงแต่การโอนกิจการตามปกติเท่านั้น แต่รวมถึงการแบ่งแยกบริษัทและกรณีอื่นทั้งปวงที่มีการโอนย้ายกิจการด้วย

ข้อ 21 (การแยกส่วนของข้อกำหนด)

แม้ข้อกำหนดข้อใดข้อหนึ่งของข้อกำหนดฉบับนี้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อกำหนดดังกล่าว จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาผู้บริโภคของญี่ปุ่น หรือกฎหมายและข้อบังคับอื่น ส่วนที่เหลือนอกเหนือจากข้อกำหนดที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้นั้น ยังคงมีผลสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง

ข้อ 22 (กฎหมายที่ใช้บังคับและศาลที่มีเขตอำนาจ)

1. กฎหมายที่ใช้บังคับกับข้อกำหนดฉบับนี้และสัญญาการใช้บริการนี้ คือ กฎหมายญี่ปุ่น

2. สำหรับข้อพิพาททั้งปวงที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้หรือสัญญาการใช้บริการ คู่สัญญาตกลงให้ศาลแขวงโตเกียว (Tokyo District Court) เป็นศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจแต่เพียงศาลเดียว

ข้อ 23 (การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้ ฯลฯ)

1. บริษัทฯ สามารถเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้สอดคล้องกับประโยชน์โดยทั่วไปของลูกค้า

(2) กรณีที่การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของการทำสัญญาการใช้บริการ และมีความสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาจากความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง ความเหมาะสมของเนื้อหาภายหลังการเปลี่ยนแปลง รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง และพฤติการณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง

2. ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้ตามวรรคก่อนหน้า บริษัทฯ จะประกาศให้ลูกค้าทราบถึงการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้ เนื้อหาของข้อกำหนดภายหลังการเปลี่ยนแปลง และวันที่มีผลบังคับใช้ ด้วย “การใช้อินเทอร์เน็ตหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม” ตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งญี่ปุ่น มาตรา 548-4 วรรค 2 โดยให้มีระยะเวลาอันสมควรก่อนวันที่ข้อกำหนดฉบับที่เปลี่ยนแปลงแล้วจะมีผลบังคับใช้

3. ลูกค้าที่ไม่ตกลงยินยอมกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดฉบับนี้ตามวรรค 1 ต้องแจ้งขอบอกเลิกสัญญาการใช้บริการนี้ภายในวันที่มีผลบังคับใช้ ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ 19 (การติดต่อและการแจ้ง)

บทที่ 2 ข้อกำหนดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในไต้หวัน

ข้อกำหนดในบทนี้ใช้บังคับเฉพาะกับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในไต้หวันเท่านั้น

ในกรณีที่ข้อกำหนดในบทนี้ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในบทอื่น ให้ข้อกำหนดในบทนี้มีผลใช้บังคับเหนือกว่า

ข้อ 1 (ค่าบริการและภาษีหัก ณ ที่จ่ายในไต้หวัน)

1. ค่าบริการของบริการนี้สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในไต้หวัน เป็นค่าตอบแทนของธุรกรรมที่ไม่อยู่ในขอบเขตการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายภาษีบริโภคของญี่ปุ่น และไม่รวมจำนวนภาษีบริโภคของญี่ปุ่น

2. ในกรณีที่การชำระค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายของไต้หวัน ให้ถือว่าค่าบริการตามวรรคก่อนหน้าเป็นจำนวนเงินที่ได้รวมจำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายดังกล่าวไว้แล้ว บริษัทฯ จะไม่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้ใช้บริการเป็นจำนวนเทียบเท่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายดังกล่าว

3. แม้ในกรณีที่ผู้ใช้บริการดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย จำนวนเงินรวมที่ผู้ใช้บริการต้องชำระจะต้องไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในวรรค 1

4. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการได้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องส่งมอบสำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (扣繳憑單) ที่ออกโดยหน่วยงานจัดเก็บภาษีของไต้หวันให้แก่บริษัทฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

5. บริษัทฯ จะคืนเงินจำนวนเทียบเท่ากับภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการ ภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวรรคก่อนหน้า

6. การคืนเงินตามวรรคก่อนหน้าจะดำเนินการเป็นเงินเยนญี่ปุ่น และจำนวนเงินคืนคือจำนวนเงินที่แปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทฯ กำหนดใช้

7. ข้อกำหนดตั้งแต่วรรค 3 ถึงวรรคก่อนหน้ายังคงมีผลใช้บังคับต่อไปแม้ภายหลังสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงแล้ว

ข้อ 2 (ภาษีธุรกิจในไต้หวัน)

1. บริการนี้เป็นบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทฯ ในฐานะผู้ประกอบการที่ตั้งอยู่นอกอาณาเขตไต้หวัน เป็นผู้ให้บริการ

2. ค่าบริการของบริการนี้สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในไต้หวันไม่รวมภาษีธุรกิจของไต้หวัน (營業稅)

3. ผู้ใช้บริการจะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีธุรกิจที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ด้วยตนเอง ตามข้อกำหนดของมาตรา 36 แห่งกฎหมายว่าด้วยภาษีธุรกิจประเภทมูลค่าเพิ่มและประเภทที่มิใช่มูลค่าเพิ่ม (加值型及非加值型營業稅法)

4. บริษัทฯ มิได้จดทะเบียนภาษีธุรกิจในไต้หวัน และจะไม่ออกใบกำกับภาษีตามแบบมาตรฐานของไต้หวัน (統一發票)

ข้อ 3 (คุณสมบัติในการใช้บริการ)

ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในไต้หวันจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนประกอบธุรกิจในไต้หวันและมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของไต้หวัน (統一編號) ที่ยังมีผลใช้ได้เท่านั้น ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของไต้หวันเมื่อยื่นคำขอใช้บริการ และบริษัทฯ จะดำเนินการลงทะเบียนการใช้บริการภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบเลขดังกล่าวแล้ว

บทที่ 3 ข้อกำหนดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป (EU)

ข้อกำหนดในบทนี้ใช้บังคับเฉพาะกับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) เท่านั้น

ในกรณีที่ข้อกำหนดในบทนี้ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในบทอื่น ให้ข้อกำหนดในบทนี้มีผลใช้บังคับเหนือกว่า

ข้อ 1 (ค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรป)

1. ค่าบริการของบริการนี้สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป เป็นค่าตอบแทนของธุรกรรมที่ไม่อยู่ในขอบเขตการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายภาษีบริโภคของญี่ปุ่น และไม่รวมจำนวนภาษีบริโภคของญี่ปุ่น

2. บริการนี้เป็นบริการที่ให้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และอาจตกเป็นวัตถุแห่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามกฎหมายของสหภาพยุโรป

3. ตามข้อ 3 ของบทนี้ ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการ (ธุรกรรม B2B) ดังนั้น VAT ที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ โดยหลักแล้วอยู่ภายใต้กลไก reverse charge บริษัทฯ ไม่เรียกเก็บหรือจัดเก็บ VAT ของรัฐสมาชิกจากผู้ใช้บริการ และไม่ยื่นแบบแสดงรายการหรือชำระ VAT ตามระบบ OSS (One-Stop Shop) VAT ของสหภาพยุโรปสำหรับธุรกรรมดังกล่าว

4. ค่าบริการที่แสดงหรือเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการไม่รวม VAT ของรัฐสมาชิก และจะไม่มีการบวก VAT ของรัฐสมาชิกเพิ่ม

5. ผู้ใช้บริการต้องแจ้งหมายเลข VAT ที่ถูกต้อง และเมื่อบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการรับชำระเงินที่บริษัทฯ ใช้ ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว จะดำเนินการตามกลไก reverse charge ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารในทำนองเดียวกันที่ได้ออกก่อนการตรวจสอบเสร็จสิ้น จะไม่ถูกแก้ไขย้อนหลัง

6. หากตามกฎหมายของสหภาพยุโรป ผู้ใช้บริการต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระ VAT ที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ด้วยตนเอง กระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นระหว่างผู้ใช้บริการกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนั้น

7. ผู้ใช้บริการต้องแจ้งประเทศที่ตั้ง หมายเลข VAT และข้อมูลอื่นที่บริษัทฯ กำหนดอย่างถูกต้อง ความรับผิดในภาษีเพิ่มเติม ค่าใช้จ่าย หรือความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องเป็นของผู้ใช้บริการ

ข้อ 2 (ใบแจ้งหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง)

1. บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารหรือบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ reverse charge หรือเรื่อง VAT อื่น ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการ

2. โดยหลักแล้ว เอกสารตามวรรคก่อนหน้าจะไม่ระบุจำนวน VAT ของรัฐสมาชิก

3. เอกสารตามสองวรรคก่อนหน้าอาจออกผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่บริษัทฯ ใช้ (รวมถึง Stripe และผู้ให้บริการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด)

ข้อ 3 (คุณสมบัติในการใช้บริการ)

ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมายในรัฐสมาชิกนั้น (ผู้บริโภคและผู้ที่มิใช่ผู้ประกอบการจะใช้บริการนี้ไม่ได้) ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งหมายเลข VAT เมื่อยื่นคำขอใช้บริการ หรือภายหลังจากสัญญาได้ก่อตั้งขึ้น และบริษัทฯ จะดำเนินการกับข้อมูลดังกล่าวภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว

บทที่ 4 ข้อกำหนดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ข้อกำหนดในบทนี้ใช้บังคับเฉพาะกับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น

ในกรณีที่ข้อกำหนดในบทนี้ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในบทอื่น ให้ข้อกำหนดในบทนี้มีผลใช้บังคับเหนือกว่า

ข้อ 1 (ค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย)

1. ค่าบริการของบริการนี้สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เป็นค่าตอบแทนของธุรกรรมที่ไม่อยู่ในขอบเขตการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายภาษีบริโภคของญี่ปุ่น และไม่รวมจำนวนภาษีบริโภคของญี่ปุ่น

2. บริการนี้เป็นบริการที่ให้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และอาจตกเป็นวัตถุแห่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามกฎหมายของประเทศไทย

3. บริษัทฯ มิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย และไม่เรียกเก็บหรือจัดเก็บ VAT ของประเทศไทยจากผู้ใช้บริการ

4. ค่าบริการที่แสดงหรือเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการไม่รวม VAT ของประเทศไทย และจะไม่มีการบวก VAT ของประเทศไทยเพิ่มเติม

5. หากผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศไทยต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ด้วยตนเอง ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการดังกล่าวด้วยตนเอง

6. ผู้ใช้บริการต้องแจ้งประเทศที่ตั้ง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (Taxpayer Identification Number) และข้อมูลอื่นที่บริษัทฯ กำหนดอย่างถูกต้อง ความรับผิดในภาษีเพิ่มเติม ค่าใช้จ่าย หรือความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องเป็นของผู้ใช้บริการ

ข้อ 2 (ใบแจ้งหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง)

1. บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารหรือบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นเกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ ด้วยวิธีที่บริษัทฯ กำหนด

2. เอกสารตามวรรคก่อนหน้าจะไม่ระบุจำนวน VAT ของประเทศไทย

3. เอกสารตามวรรค 1 อาจออกผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่บริษัทฯ ใช้ (รวมถึง Stripe และผู้ให้บริการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด)

ข้อ 3 (คุณสมบัติในการใช้บริการ)

ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมายในประเทศไทย ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (Taxpayer Identification Number) เมื่อยื่นคำขอใช้บริการ หรือภายหลังจากสัญญาได้ก่อตั้งขึ้น และบริษัทฯ จะดำเนินการกับข้อมูลดังกล่าวภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว

บทที่ 5 ข้อกำหนดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในมาเลเซีย

ข้อกำหนดในบทนี้ใช้บังคับเฉพาะกับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในมาเลเซียเท่านั้น

ในกรณีที่ข้อกำหนดในบทนี้ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในบทอื่น ให้ข้อกำหนดในบทนี้มีผลใช้บังคับเหนือกว่า

ข้อ 1 (ค่าบริการและภาษีบริการในมาเลเซีย)

1. ค่าบริการของบริการนี้สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในมาเลเซีย เป็นค่าตอบแทนของธุรกรรมที่ไม่อยู่ในขอบเขตการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายภาษีบริโภคของญี่ปุ่น และไม่รวมจำนวนภาษีบริโภคของญี่ปุ่น

2. บริการนี้เป็นบริการที่ให้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และอาจตกเป็นวัตถุแห่งภาษีบริการ (SST) รวมถึงบริการที่ต้องเสียภาษีจากการนำเข้า (imported taxable services) ตามกฎหมายของมาเลเซีย

3. บริษัทฯ มิได้จดทะเบียน SToDS หรือการจดทะเบียนภาษีบริการอื่นใดในมาเลเซีย และไม่เรียกเก็บหรือจัดเก็บภาษีบริการของมาเลเซียจากผู้ใช้บริการ

4. ค่าบริการที่แสดงหรือเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการไม่รวมภาษีบริการของมาเลเซีย และจะไม่มีการบวกภาษีบริการของมาเลเซียเพิ่มเติม บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้และเรียกเก็บตามจำนวนตามสัญญาเต็มจำนวน

5. หากตามกฎหมายของมาเลเซีย ผู้ใช้บริการต้องคำนวณ ยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ด้วยตนเองต่อกรมศุลกากรมาเลเซีย (RMCD) หรือหน่วยงานจัดเก็บภาษีอื่น (รวมถึงกระบวนการที่เทียบเท่า reverse charge) กระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นระหว่างผู้ใช้บริการกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนั้น

6. บริษัทฯ จะไม่คืนเงิน หักกลบลบหนี้ หรือดำเนินการชำระบัญชีอื่นใดสำหรับจำนวนภาษีที่ผู้ใช้บริการได้ชำระตามวรรคก่อนหน้า จำนวนเงินที่บริษัทฯ ได้รับและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากการชำระดังกล่าว

7. ผู้ใช้บริการไม่มีหน้าที่ต้องส่งหนังสือรับรองหรือเอกสารเกี่ยวกับ reverse charge ให้แก่บริษัทฯ และโดยหลักแล้วบริษัทฯ จะไม่เรียกขอเอกสารดังกล่าว

8. ผู้ใช้บริการต้องแจ้งประเทศที่ตั้ง หมายเลขระบุตัวตนทางธุรกิจ (เช่น เลขทะเบียนบริษัทหรือเลขจดทะเบียน SST) และข้อมูลอื่นที่บริษัทฯ กำหนดอย่างถูกต้อง ความรับผิดในภาษีเพิ่มเติม ค่าใช้จ่าย หรือความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องเป็นของผู้ใช้บริการ

ข้อ 2 (ใบแจ้งหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง)

1. บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารหรือบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นเกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ ด้วยวิธีที่บริษัทฯ กำหนด

2. เอกสารตามวรรคก่อนหน้าจะไม่ระบุจำนวนภาษีบริการของมาเลเซีย

3. เอกสารตามวรรค 1 อาจออกผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่บริษัทฯ ใช้ (รวมถึง Stripe และผู้ให้บริการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด)

ข้อ 3 (คุณสมบัติในการใช้บริการ)

ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในมาเลเซียจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมายในมาเลเซีย ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งหมายเลขระบุตัวตนทางธุรกิจ (เช่น เลขทะเบียนบริษัทหรือเลขจดทะเบียน SST) เมื่อยื่นคำขอใช้บริการ หรือภายหลังจากสัญญาได้ก่อตั้งขึ้น และบริษัทฯ จะดำเนินการกับข้อมูลดังกล่าวภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว

บทที่ 6 ข้อกำหนดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในเวียดนาม

ข้อกำหนดในบทนี้ใช้บังคับเฉพาะกับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในเวียดนามเท่านั้น

ในกรณีที่ข้อกำหนดในบทนี้ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในบทอื่น ให้ข้อกำหนดในบทนี้มีผลใช้บังคับเหนือกว่า

ข้อ 1 (ค่าบริการและภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเวียดนาม)

1. ค่าบริการของบริการนี้สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในเวียดนาม เป็นค่าตอบแทนของธุรกรรมที่ไม่อยู่ในขอบเขตการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายภาษีบริโภคของญี่ปุ่น และไม่รวมจำนวนภาษีบริโภคของญี่ปุ่น

2. บริการนี้เป็นบริการที่ให้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และอาจตกเป็นวัตถุแห่งภาษีผู้รับเหมาต่างชาติ (FCT) หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายอื่น ตามกฎหมายของเวียดนาม (ซึ่งอาจรวมจำนวนที่เทียบเท่าภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคล)

3. ค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้เป็นจำนวนที่ไม่รวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเวียดนาม บริษัทฯ ไม่เรียกเก็บหรือจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเวียดนามจากผู้ใช้บริการ

4. ค่าบริการที่แสดงหรือเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการไม่รวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเวียดนาม และจะไม่มีการบวกภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเวียดนามเพิ่มเติม บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้และเรียกเก็บตามจำนวนตามสัญญาเต็มจำนวน

5. แม้ผู้ใช้บริการจะหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ตามกฎหมายของเวียดนาม ผู้ใช้บริการจะต้องรับภาระและชำระจำนวนเทียบเท่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้นเพิ่มเติมแบบ gross-up เพื่อให้บริษัทฯ ได้รับจำนวนเต็มตามที่กำหนดในข้อนี้

6. การยื่นแบบแสดงรายการและการชำระตามวรรคก่อนหน้าจะเสร็จสิ้นระหว่างผู้ใช้บริการกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีของเวียดนามเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนั้น

7. บริษัทฯ จะไม่คืนเงิน หักกลบลบหนี้ หรือดำเนินการชำระบัญชีอื่นใดสำหรับจำนวนภาษีที่ผู้ใช้บริการได้ชำระ จำนวนเงินที่บริษัทฯ ได้รับและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากการชำระดังกล่าว

8. ผู้ใช้บริการต้องแจ้งประเทศที่ตั้ง เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (mã số thuế) และข้อมูลอื่นที่บริษัทฯ กำหนดอย่างถูกต้อง ความรับผิดในภาษีเพิ่มเติม ค่าใช้จ่าย หรือความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องเป็นของผู้ใช้บริการ

ข้อ 2 (เอกสารหลักฐานการชำระภาษี)

1. หากผู้ใช้บริการได้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องส่งสำเนาใบสำคัญการชำระเงิน (Payment Voucher) หลักฐานการชำระภาษี หรือเอกสารรับรองอื่นที่หน่วยงานจัดเก็บภาษีของเวียดนามออก ให้แก่บริษัทฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

2. การส่งมอบตามวรรคก่อนหน้าไม่ใช่เงื่อนไขของการคืนเงินโดยบริษัทฯ วัตถุประสงค์คือเพื่อให้บริษัทฯ เก็บรักษาหลักฐานสำหรับการขอเครดิตภาษีต่างประเทศหรือกระบวนการทางภาษีอื่นในญี่ปุ่นหรือที่อื่น

3. ข้อกำหนดในวรรค 1 ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปแม้ภายหลังสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงแล้ว

ข้อ 3 (ใบแจ้งหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง)

1. บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารหรือบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นเกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ ด้วยวิธีที่บริษัทฯ กำหนด

2. เอกสารตามวรรคก่อนหน้าจะไม่ระบุจำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเวียดนาม

3. เอกสารตามวรรค 1 อาจออกผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่บริษัทฯ ใช้ (รวมถึง Stripe และผู้ให้บริการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด)

ข้อ 4 (คุณสมบัติในการใช้บริการ)

ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในเวียดนามจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมายในเวียดนาม ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (mã số thuế) เมื่อยื่นคำขอใช้บริการ หรือภายหลังจากสัญญาได้ก่อตั้งขึ้น และบริษัทฯ จะดำเนินการกับข้อมูลดังกล่าวภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว

บทที่ 7 ข้อกำหนดพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร

ข้อกำหนดในบทนี้ใช้บังคับเฉพาะกับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร (United Kingdom) เท่านั้น

ในกรณีที่ข้อกำหนดในบทนี้ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดในบทอื่น ให้ข้อกำหนดในบทนี้มีผลใช้บังคับเหนือกว่า

ข้อ 1 (ค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มในสหราชอาณาจักร)

1. ค่าบริการของบริการนี้สำหรับผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร เป็นค่าตอบแทนของธุรกรรมที่ไม่อยู่ในขอบเขตการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายภาษีบริโภคของญี่ปุ่น และไม่รวมจำนวนภาษีบริโภคของญี่ปุ่น

2. บริการนี้เป็นบริการที่ให้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และอาจตกเป็นวัตถุแห่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร

3. ตามข้อ 3 ของบทนี้ ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการ (ธุรกรรม B2B) ดังนั้น VAT ที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ โดยหลักแล้วอยู่ภายใต้กลไก reverse charge บริษัทฯ ไม่เรียกเก็บหรือจัดเก็บ VAT ของสหราชอาณาจักรจากผู้ใช้บริการ และไม่ยื่นแบบแสดงรายการหรือชำระ VAT ตามการจดทะเบียน VAT ในสหราชอาณาจักร

4. ค่าบริการที่แสดงหรือเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการไม่รวม VAT ของสหราชอาณาจักร และจะไม่มีการบวก VAT ของสหราชอาณาจักรเพิ่ม

5. ผู้ใช้บริการต้องแจ้งหมายเลข VAT ที่ถูกต้อง และเมื่อบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการรับชำระเงินที่บริษัทฯ ใช้ ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว จะดำเนินการตามกลไก reverse charge ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารในทำนองเดียวกันที่ได้ออกก่อนการตรวจสอบเสร็จสิ้น จะไม่ถูกแก้ไขย้อนหลัง

6. หากตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร ผู้ใช้บริการต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระ VAT ที่เกี่ยวกับค่าตอบแทนสำหรับบริการนี้ด้วยตนเอง (รวมถึงกระบวนการต่อ HMRC หรือหน่วยงานจัดเก็บภาษีอื่น) กระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นระหว่างผู้ใช้บริการกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนั้น

7. ผู้ใช้บริการต้องแจ้งประเทศที่ตั้ง หมายเลข VAT และข้อมูลอื่นที่บริษัทฯ กำหนดอย่างถูกต้อง ความรับผิดในภาษีเพิ่มเติม ค่าใช้จ่าย หรือความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องเป็นของผู้ใช้บริการ

ข้อ 2 (ใบแจ้งหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง)

1. บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารหรือบันทึกทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ reverse charge หรือเรื่อง VAT อื่น ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการ

2. โดยหลักแล้ว เอกสารตามวรรคก่อนหน้าจะไม่ระบุจำนวน VAT ของสหราชอาณาจักร

3. เอกสารตามสองวรรคก่อนหน้าอาจออกผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงินที่บริษัทฯ ใช้ (รวมถึง Stripe และผู้ให้บริการอื่นที่บริษัทฯ กำหนด)

ข้อ 3 (คุณสมบัติในการใช้บริการ)

ผู้ใช้บริการที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมายในสหราชอาณาจักร (ผู้บริโภคและผู้ที่มิใช่ผู้ประกอบการจะใช้บริการนี้ไม่ได้) ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งหมายเลข VAT เมื่อยื่นคำขอใช้บริการ หรือภายหลังจากสัญญาได้ก่อตั้งขึ้น และบริษัทฯ จะดำเนินการกับข้อมูลดังกล่าวภายหลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว